2007/May/27

วันนี้ไม่เกี่ยวกับนิยายค่ะ คือว่าหลังจากที่เอาเรื่องมาลงที่บล็อกนี้ ก็ดันไปรู้ว่าที่ลินเนจเค้ามีคอมมิวนิตี้ใหม่ ...คือการทำบล็อกนั่นเอง -0- เราเลยยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอายังไงดี จะลงที่นี่ต่อหรือจะเอาไปลงที่เว็บลินเนจดี ....

ตอนนี้ก็เลยเอาลิ้งค์มาไว้ให้เพื่อนๆที่เข้ามาอ่านที่นี่ก่อนน่อ แล้วถ้าไปดูที่บล็อกลินเนจ เห็นว่าอันไหนสะดวกกว่าก็บอกหน่อยนะงับ

http://blog.lineage2.in.th/blog.aspx?name=%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1


edit @ 2007/05/27 15:07:59

2007/May/26

บทที่ 6 การพบเจอที่ไม่คาดฝัน

มิลลี่ๆตื่นได้แล้ว เราต้องไปทำธุระหลายที่นะวันนี้

เสียงห้าวทุ้มของกัซเรนซ์ดึงขึ้นท่ามกลางห้วงนิทราของมิลลิเนีย หญิงสาวลืมตาอย่างมึนงงแล้วพบว่าพี่สาวของเธอที่หน้าตาสดใส ท่าทางกระตือรือร้นเต็มที่กำลังสวมสนับมีดพายุเลือดที่มือทั้งสอง ชุดดาร์กคริสตัลเบาของกัซเรนซ์ตัดกับชุดมารสีม่วงเข้มของเซเรน่า เอลฟ์สาวเองก็สวมโล่ไคท์และถือมีดสั้นสีเงินคมกริบไว้ในมือเรียบร้อย มิลลิเนียลุกจากเตียงช้าๆก่อนจะปิดปากหาวแล้วมองไปยังนอกหน้าต่าง ดวงอาทิตย์เพิ่งจะเริ่มพ้นขอบฟ้ามารางๆเท่านั้น

จะไปไหนแต่เช้าน่ะท่านพี่ เธอเอ่ยถาม

เอาน่า เจ้ารีบแต่งตัวเข้าเถอะพี่กับเซเรน่าจะลงไปสั่งอะไรกินข้างล่างรอ ออร์คสาวเอ่ย มิลลิเนียจึงพยักหน้ารับคำ

เซเรน่าและกัซเรนซ์ออกจากห้องนอนเล็กๆไปแล้ว หญิงสาวจึงค่อยๆสวมเสื้อและกระโปรงสีเขียวเข้ม สวมถุงมือ รองเท้าบูทสั้น สอดปลอกคอริชชี่ไว้ที่เข็มขัดและเรียกไม้เท้าคริสตัลมาถือกระชับก่อนจะเดินตามสองสาวลงมาทานอาหารเช้า

เมื่อจัดการอาหารเช้าเรียบร้อย ทั้งสามก็ออกมาสู่ความวุ่นวายอึกทึกของเมืองกีรันอีกครั้ง แม้ตอนนี้จะยังเช้ามากแต่พ่อค้าแม่ค้าบางคนก็ยังนั่งขายของอยู่ กลางเมืองก็มีคนตื่นมาเดินตลาดกันประปราย กัซเรนซ์เดินนำทั้งสองไปยังทางร้านอาหารที่ไปกินกับแม็กนัสเมื่อวาน เดินผ่านหน้าร้านที่ยังไม่เปิดไปยังตรอกเล็กๆข้างร้านแล้วเลี้ยวเข้าไป โรงเหล็กของเมืองกีรันตั้งอยู่เบื้องหน้าพวกเธอ เสียงตีเหล็กดังโคร้งเคร้ง และเสียงพูดคุยกันดังลอดออกมาจากประตูที่เปิดกว้าง

ท่านกัซมาที่โรงเหล็กทำไมคะ เอลฟ์สาวเอ่ยถาม

เอาน่า ตามข้ามาแล้วจะรู้เอง แกรนคาวาทารีเดินนำทั้งสองเข้าไป

ภายในโรงเหล็กมีดรอว์ฟชายหนวดเครายาวหลายคน บ้างก็กำลังตีอาวุธและชุดเกราะ(ค้อนที่ใช้ตีใหญ่เกือบเท่าตัวพวกเขา) บางคนกำลังหลอมเหล็ก ส่วนบางคนก็กำลังจัดชั้นวางแบบประกอบชนิดต่างๆ กัซเรนซ์เดินเข้าไปหาดรอว์ฟที่กำลังตีดาบยาวโค้งเล่มหนึ่งอยู่ หล่อนเรียกเขา

คลูโต ข้ามารับของที่สั่งทางโรงเหล็กทำเมื่อเดือนก่อนน่ะ

ดรอว์ฟหนวดเฟิ้มคนนั้นละมือจากงานที่ทำอยู่ เขาเงยหน้ามองกัซเรนซ์ด้วยสีหน้าสงสัย ซักพักก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรออก

อ๋อ ท่านกัซเรนซ์ที่สั่งทำดาบคู่กับเจ้ารูพิโอไว้ใช่ไหม รอซักครู่ข้าจะไปเอาของมาให้

เขาเดินหายไปหลังโรงเหล็ก เซเรน่าถามออร์คสาว

ท่านกัซสั่งทำดาบคู่ไว้หรอคะ กัซพยักหน้า มิลลิเนียจึงถามขึ้นอีก

ท่านพี่จะเปลี่ยนมาใช้ดาบคู่แล้วหรอ

พี่สาวต่างสายเลือดของหล่อนหัวเราะ คลูโตเดินกลับออกมาพร้อมกับห่อของเรียวยาวในมือ เขาค่อยๆแกะเชือกหนังที่มัดผ้าสีน้ำตาลเข้มออก ดาบปฏิวัติคู่เปล่งแสงสีฟ้าจางๆออกมา กัซเรนซ์รับดาบมาจากคลูโตแล้วยื่นให้มิลลิเนีย

สำหรับเจ้านะมิลลี่ พี่สั่งทำไว้นานแล้ว คิดว่าเจ้าต้องชอบมากกว่าถือไม้เท้าแน่ๆ

มิลลิเนียตาโตด้วยความยินดี เธอเก็บไม้เท้าก่อนจะเอื้อมมือรับดาบคู่มาถือไว้ในสองมือ ตัวดาบเรียวสีเงิน แต่ตรงกลางเป็นสีดำยาวไปจนสุดปลายดาบ ขนาดและน้ำหนักเหมาะมือเธอพอดี ลุงดรอว์ฟคลูโตอธิบายอย่างรวบรัด

ปฏิวัติคู่นี้ตีบวกให้จากใบตีบวกอาวุธที่ท่านได้ให้มา เราได้ทั้งหมดบวก 7 ทำให้มีความสามารถเพิ่มปริมาณเลือดได้อีกถึง 25% หวังว่าท่านจะพอใจ

ขอบใจมากท่านคลูโต

ทั้งสามออกจากโรงเหล็กแล้วจึงไปร้านค้าเบ็ดเตล็ดเพื่อซื้อของใช้ส่วนตัวให้เรียบร้อย(กัซเรนซ์เตือนเซเรน่าและมิลลิเนียให้ซื้อม้วนคาถาพากลับด้วย) แล้วจึงมุ่งหน้าไปที่วิหารไอน์ฮัตซัดเพื่อเดินทางไปยังเมืองโอเรน ตามที่แม็กนัสบอกว่าแหล่งข่าวของพวกเธออยู่ที่นั่น ขณะที่เดินผ่านตลาดกลางเมืองนั้นเอง สายตาของเซเรน่าก็ไปสะดุดกับร้านของดาร์กเอลฟ์คนหนึ่ง ที่กำลังนั่งสัปหงก

สนใจอะไรหรอเซเรน่า มิลลิเนียถาม

อยากดูของนี่ครู่หนึ่งค่ะ ท่านกัซกับพี่มิลลี่ไปรอที่เกทเลยนะ เดี๋ยวข้าตามไป

เธอวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาก่อนจะถาม

นี่ๆ ไม้เท้านี่ราคาเท่าไหร่หรอจ๊า

ดาร์กเอลฟ์คนนั้นสะดุ้งตื่นเขาเกาหัวงงๆแล้วจึงเอ่ยตอบ 15 ล้านอาเดน่าถ้วนๆครับ

เซเรน่าตาเป็นประกาย เธอหยิบเหรียญทองในถุงเงินมาเต็มกำมือ ช่วยกันนับกับดาร์กเอลฟ์จนครบ 15 ล้าน แล้วจึงรับไม้เท้าปิศาจมาพาดบ่าหัวเราะร่า

ฮิๆ ได้ค่าหัวเยอะๆมันก็ดีอย่างนี้ล่ะน้า

ที่หน้าเกทคีปเปอร์ มิลลิเนียและกัซเรนซ์เห็นเซเรน่าวิ่งมาพร้อมกับอาวุธใหม่ในมือ ซัมมอนเนอร์สาวจึงเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ

โห นี่ไม้เท้าปิศาจนี่นา เจ้าซื้อของแพงขนาดนี้ได้ด้วยหรอ

ก็ได้จากค่าหัวของโจรที่จับได้ล่ะจ้าพี่มิลลี่ ทั้งท่านและท่านกัซต่างก็มีอาวุธดีๆใช้กันแล้ว ข้าก็อยากเปลี่ยนอาวุธมั่ง เจ้านี่ล่ะใช้ได้เลย

ออร์คสาวสำรวจไม้เท้าใหม่ของเซเรน่าอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงบอกว่าควรออกเดินทางกันได้แล้ว

ไปกันเถอะพวกเรา เดินทางด้วยเกทคีปเปอร์ก็จริงแต่ก็ไม่ควรสายมากนะ

มิลลิเนียสูดลมหายใจลึกก่อนจะเดินไปหาเกทคีปเปอร์คลาเวีย

ไปโอเรนค่ะ หญิงสาวร่างสูงในเครื่องแบบเกทคีปเปอร์อันรัดกุมยิ้มให้ก่อนจะเริ่มร่ายเวทย์มนต์ห้วงมิติเพื่อส่งเธอไปยังโอเรน

แม็กนัส อิมโพซิทิโอ้ยืนยิ้มน้อยๆกับตัวเองที่มุมหนึ่งของกลางเมืองกีรันเมื่อร่างของสามสาวค่อยๆเลือนหายไป

โอย มึนหัวไปหมดแล้ว

มิลลิเนียยืนเกาะกำแพงหินใบหน้าซีดขาว ซักพักก็มีเสียงเหมือนลมดูดอย่างรุนแรง ห้วงมิติสีดำสนิทค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น เกทคีปเปอร์วาเลนทิน่าแห่งโอเรนยืนร่ายมนต์ควบคุมอยู่จนกระทั่งร่างของกัซเรนซ์และเซเรน่าปรากฏ

หายมึนรึยังมิลลี่ กัซเรนซ์ถามหญิงสาว มิลลิเนียพยักหน้าเบาๆ

มาถึงซะทีนะนี่ เซเรน่าพูดแล้วมองไปรอบตัว

เมืองโอเรนเป็นเมืองใหญ่ที่เงียบสงบ อาคารบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างส่วนมากมักทำมาจากหินสีเข้ม อาณาเขตรอบเมืองเป็นหุบเขาแทบทั้งหมด มีเพียงทางเข้าด้านทิศใต้ที่เป็นที่ราบกว้างใหญ่

แล้วท่านพี่จะเริ่มจากตรงไหนล่ะคะ ดูเหมือนที่พักของคนที่ท่านแม็กนัสให้มาจะไม่ได้อยู่ในเมือง มิลลิเนียถามออร์คสาว

เซเรน่า เจ้าไปหาที่พักสำหรับพักที่นี่ซัก 2 คืนและเดินสำรวจรอบเมืองว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่านะ ส่วนข้าจะลองวาร์ปไปหาคนที่สนามแข่งมอนสเตอร์หน่อย และเจ้า กัซเรนซ์ชี้มาที่มิลลิเนีย

เจ้ามีจดหมายของแม็กนัสอยู่ใช่ไหม หญิงสาวพยักหน้า

ดี ไปหาคนที่ชื่อนางแมวกับแอลแล้วถามสิ่งที่เราควรรู้มาซะ เจอกันที่หน้าวิหารไอน์ฮัตซัด เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อย เซเรน่าเริ่มเดินห่างไปแล้ว และกัซเรนซ์ก็กำลังคุยกับเกทคีปเปอร์อีกครั้งเพื่อวาร์ปไปสนามแข่งมอนสเตอร์ มิลลิเนียวิ่งเข้าไปดึงมือหล่อนไว้

ท่านพี่ๆเดี๋ยวก่อนค่ะ แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน

กัซเรนซ์เลิกคิ้ว ตอบกลับเสียงเรียบ

ไปตามที่แม็กนัสบอกสิมิลลี่ ด้านเหนือของเมือง ทางใต้ของสายน้ำพวกเขาอยู่ที่นั่นแหล่ะ รอบๆเมืองเป็นหุบเขาสูง เจ้าหาแม่น้ำไม่ยากหรอก

แล้วหล่อนก็หายวับไปด้วยห้วงมิติของเกทคีปเปอร์

มิลลิเนียยืนหมุนตัวอยู่กลางเมืองอย่างไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง หล่อนมองผู้คนบางตาที่เดินผ่านไปผ่านมา แล้วจึงเริ่มมองดวงอาทิตย์เพื่อหาว่าควรจะไปทางไหนดี

เจ้าหลงทางหรือ เสียงทุ้มลึกของใครบางคนดังขึ้นข้างหลังเธอ หญิงสาวค่อยๆหันกลับไปดูเจ้าของเสียงนั้นแล้วหล่อนก็ถูกเงาสูงใหญ่บังไว้จนมิด

เขาเป็นออร์คที่มีรูปร่างสูงใหญ่และล่ำสันเหมือนนักรบของเผ่าออร์คทั่วไป เธอสูงไม่ถึงไหล่ของเขาด้วยซ้ำ ผิวสีเขียวตัดกับชุดเกราะทัลลูมสีเข้ม ผมสีดำสนิทดูแข็งกระด้างมัดรวบอยู่ข้างหลัง ใบหูแหลมแต่ไม่เรียวยาวเหมือนเอลฟ์ ดวงตาสีเขียวเข้มนั้นดุดัน แต่เธอกลับไม่รู้สึกกลัว

เจ้าหลงทางหรือ เขาถามซ้ำอีกครั้ง พลางก้มตัวลงมองมากกว่าเดิม

อะ....เอ่อ ค่ะ ข้าจะไปนอกเมือง เอ่อ...ไปที่แม่น้ำค่ะ แต่ว่าข้าไม่รู้ว่าต้องออกไปทางไหน เธอตอบตะกุกตะกักแล้วก้มหน้ามองพื้น รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว

เขามองหล่อนอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง มิลลิเนียเริ่มรู้สึกอึดอัดแปลกๆ ออร์คหนุ่มสังเกตเห็นเขาจึงแตะไหล่เธอเบาๆ

ตามข้ามาสิ

เขาเดินนำหล่อนผ่านหน้าวิหารและร้านรวงต่างๆไปยังประตูเมือง และเมื่อมาถึงหญิงสาวก็เอ่ยขอบคุณ

ขอบคุณค่ะที่ช่วยนำทางข้ามา ไม่อย่างนั้นข้าต้องไปผิดทางแน่ๆเลย เพราะกำลังจะตัดสินใจไปทางตรงข้ามกับประตูนี้พอดี หญิงสาวหัวเราะแหะๆอย่างเขินๆ เขายิ้มให้ทำให้ใบหน้านั้นดูอ่อนโยนลงอย่างไม่น่าเชื่อ

เรื่องเล็กน้อย ลาก่อน ซัมมอนเนอร์สาวโบกมือให้เขา ก่อนจะออกเดินมุ่งหน้าไปหาแม่น้ำที่หล่อนต้องการ ออร์คหนุ่มยังคงยืนมองจนร่างของเธอลับตาไป

มิลลิเนียเดินมาเรื่อยๆตามทางเดิน เห็นเงาของปราสาทโอเรนอยู่ไกลๆ ทิวทัศน์รอบตัวเริ่มโล่ง สองข้างทางนั้นเริ่มแคบลงเพราะเป็นหุบเขาสูงใหญ่ ในที่สุดเธอก็ได้ยินเสียงน้ำ

น้ำ!! ข้าเจอแม่น้ำแล้ว

แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้ออกตัววิ่งไปยังจุดหมาย หล่อนก็ได้ยินเสียงร่ายเวทย์ดังขึ้นเบื้องหลัง

ไซเลนท์!!

มิลลิเนียทรุดฮวบลงกับพื้น รู้สึกอึดอัดในช่องท้องลามเรื่อยมาถึงลำคอ เธอพยายามตะโกนออกมาแต่ก็ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกจากปาก เหนือศีรษะเกิดวงเวทย์สีฟ้าเข้ม อักขระในเวทย์นั้นทำให้เธอรู้ตัวว่าโดนเวทย์ใบ้เข้าให้แล้ว หญิงสาวมองผู้ปองร้ายเธออย่างตกใจปนโกรธ

อย่าดิ้นรนให้เหนื่อยเลย เสียงแหบต่ำน่าขนลุกดังมาจากร่างของดาร์กเอลฟ์ในชุดวีรบุรุษ ผมสีดำสนิทปรกใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง แต่ถึงมองหน้าเขาไม่ชัดเธอก็รู้ว่าเป็นใบหน้าที่แปลกที่สุดที่เธอเคยเห็นมา หน้าเขาเต็มไปด้วยเม็ดสิวมากมายจนดูเหมือนไม่มีที่ว่าง รูจมูกบานออก และมีกรามหนากว่าคนทั่วไป รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมดูวิกลจริตผุดพรายอยู่ที่ริมฝีปาก เขาเดินมาใกล้ๆเธอเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หยุดลงเบื้องหน้า มิลลิเนียลุกขึ้นหันหลังวิ่งทันที

เทมเพส!!

เปรี้ยง

สายลมรุนแรงสร้างแรงอัดจากเบื้องหลังทำให้หญิงสาวเกือบทรุดลงไปอีกรอบ เธอหันกลับมาเผชิญกับเขาก่อนจะเรียกดาบคู่ปฏิวัติออกมา แสงสีฟ้าเปล่งประกายจากมือทั้งสองข้าง

โอ๊ะโอ๋ ข้าไม่ได้คิดจะสู้กับเจ้าเลยนะ แค่อยากถามอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง เขาโบกมือไปมาราวกับไม่ใส่ใจ แต่มิลลิเนียจ้องเขม็ง เธอไม่มีวันไว้ใจคนที่ร่ายเวทย์ดีบัพใส่เธอเด็ดขาด

ดูท่าคงพูดกันดีๆไม่ได้สินะ เขาตวาดก้องก่อนจะร่ายเวทย์พาบุใส่เธออีก มิลลิเนียวิ่งหลบกระแสลมสีดำที่ถูกร่ายใส่เธอเป็นสาย ก่อนจะเข้าประชิดแล้วตวัดดาบทันที

เปรี้ยง

เสียงโลหะปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟ สเปลฮาวเลอร์ที่ร่ายเวทย์มือเปล่า บัดนี้เขาเรียกอาวุธมาอยู่ในมือเช่นกัน ดาบมายาเล่มบางเฉียบที่กำลังต้านดาบปฏิวัติของเธออยู่ หญิงสาวตวัดดาบขึ้นก่อนจะฟาดเปรี้ยงลงไปอีก เขากันไว้ได้เธอตวัดดาบในมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว ดาร์กเอลฟ์รับดาบคู่ที่รวดเร็วนั้นด้วยใบหน้าสะใจและแปลกใจระคนกัน มิลลิเนียแทงดาบในมือขวาเข้าไปที่ท้อง แต่ดาร์กเอลฟ์เบี่ยงตัวออกทัน เธอจึงเงื้อดาบในมือซ้ายขึ้นอีกหมายจะฟาดลงที่ไหล่ แต่ขณะที่หญิงสาวเงื้อดาบ เขาก็ร่ายเวทย์เทมเพสทันที ระยะใกล้ขนาดนี้เธอคงหลบไม่พ้นแน่ๆ

เทมเพส!!

เธอหลับตาแน่น เตรียมรับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น แต่กลับไม่รู้สึกอะไร ทุกสิ่งรอบกายราวกับเงียบเสียงลงพร้อมกัน เธอได้ยินเสียงหัวเราะน่าขนลุกจากปากของผู้ที่ประดาบกับเธอ มิลลิเนียจึงค่อยๆลืมตา

ไม่ต้องเหนื่อยตามหา ก็ออกมาให้ฆ่าเองเลยนะ โอซามุ!!

เงาร่างสูงใหญ่ที่ยืนขวางเธอกับดาร์กเอลฟ์คนนั้นยกดาบมังกรขึ้นพาดบ่า มิลลิเนียเบิกตากว้าง ออร์คที่ช่วยบอกทางให้เธอในเมืองนั่นเอง เธอเรียกเขาแต่ไม่มีเสียงใดๆผ่านริมฝีปากออกมา

ท่าน เขามองเธอแล้วยิ้มให้น้อยๆ ก่อนจะหันไปส่งสายตาเย็นชาให้ดาร์กเอลฟ์ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ

ถ้าคิดว่าฆ่าได้ก็ลองดู!!

2007/May/24

บทที่ 5 หมู่บ้านปราสาทกีรัน

แก๊งๆๆๆๆ ขณะนี้เรือโดยสารจากกลูดินได้เข้าเทียบท่าเรือกีรันเรียบร้อยแล้ว

เสียงประกาศจากประภาคารดังขึ้น มิลลิเนีย กัซเรนซ์ เซเรน่าและไข่ตุ๋นแทรกตัวผ่านผู้คนที่เดินสวนทางเพื่อขึ้นเรือลงสู่ท่าเรือกีรัน

ท่าเรือกีรันต่างจากท่าเรือที่กลูดินอย่างสิ้นเชิง สถานที่อันกว้างขวางใหญ่โตพอที่จะรองรับผู้เดินทางได้หลายร้อยคนนี้สร้างจากแผ่นหินหลายร้อยหลายพันก้อน มีโกดังเก็บของเล็กๆหลายหลัง และสะพานหินทอดยาวสู่ท้องทะเล แม้จะเป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว แต่ผู้คนมากมายต่างก็มารอเดินทางที่นี่ ไม่เกรงต่อแสงแดดเจิดจ้าและลมทะเลที่พัดมาจนตัวเหนียวเหนอะหนะ

เอาล่ะทุกคน เราจะเดินไปที่ตัวเมืองกันนะ หาที่พักกันก่อนแล้วต่อจากนี้ค่อยว่ากัน

กัซเรนซ์เอ่ยกับสองสาว เธอปาดเหงื่อที่ไหลลงมาตามไรผม เซเรน่าเรียกปลอกคอหนังอีกครั้งก่อนจะเรียกไข่ตุ๋นให้ไปพักในปลอกคอ มิลลิเนียหน้าแดงจัด ตอนนี้เธออยากอาบน้ำเย็นเต็มทน แฮรี่และเทพเดินเข้ามาบอกลาพวกเธอ

เมื่อเข้าเมืองกีรัน ก็ถือว่าเริ่มการแข่งขันนะครับ พวกเราขอล่วงหน้าไปก่อนล่ะ

เทพเอ่ยยิ้มๆก่อนจะขยิบตาให้เซเรน่า แล้วเขาก็เรียกม้วนคาถาพากลับออกมา แสงสีน้ำเงินสว่างจ้ารายล้อมรอบตัว ก่อนเขาจะหายวับไป แฮรี่เอาม้วนคาถาออกมาท่องคาถาบ้าง แสงสีน้ำเงินและวงเวทย์ล้อมรอบกาย

ลาก่อนนะครับคนสวยทั้งสาม แล้วพบกันใหม่ เมื่อฟ้าต้องการ

และชายหนุ่มก็หายตัวตามเพื่อนเขาไป กัซเรนซ์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เธอไม่น่าลืมซื้อม้วนคาถาพากลับเลย

อย่าไปสนใจเลย พวกเราเดินไปไม่ไกลหรอก ผ่านอุโมงค์พวกทิ้งศาสนากับโป่งยุบทานอร์ก็เข้าเมืองกีรันแล้ว ไปกันเถอะ

ทั้งสามเริ่มออกเดินทางจากท่าเรือ ไปสู่ถนนคดเคี้ยวที่มุ่งหน้าไปสู่หมู่บ้านปราสาทกีรัน แสงแดดร้อนแผดเผาดินที่ถมเป็นถนนจนแห้งจัดและกลายเป็นสีน้ำตาล สองข้างทางมีเพียงหญ้าสีเขียวอ่อนและต้นไม้ไม่กี่ต้น ทั้งสามเดินเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน จนผ่านมาครึ่งทาง เกือบเข้าเขตโป่งยุบทานอร์ สามสาวก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างตรงหน้าพวกเธอ

มีเรื่องอะไรกันนะ

เซเรน่าเปรยขึ้นกับมิลลิเนียและกัซเรนซ์แล้วมองดูเหตุการณ์เบื้องหน้า

ชายหนุ่มในชุดเบาดาร์กคริสตัลท่าทางกำลังลำบากใจ ดูเหมือนเขากำลังมีเรื่องกับสาวมนุษย์และดาร์กเอลฟ์คนหนึ่ง ก่อนที่สาวมนุษย์คนนั้นจะเปิดฉากโจมตีด้วยเวทย์ดีบัพอะไรซักอย่าง ใบหน้าของชายหนุ่มซีดจัดก่อนเขาจะเอามือกุมหัว

ท่านพี่ ท่าจะไม่ดีแล้วนะ เข้าไปช่วยเค้าเถอะค่ะ

มิลลิเนียพูดและก่อนที่กัซเรนซ์จะได้ตอบ เธอก็เรียกไม้เท้าคริสตัลคู่ใจออกมาถือก่อนจะวิ่งเข้าไปหาชายหนุ่มทันที

ด้วยพันธสัญญาแห่งป่า จิตวิญญาณแห่งธาตุทั้ง 5 ผู้คุ้มครองเอ๋ยจงมา สัตว์อสูรผู้แข็งกล้า ซัมมอน แคท เดอะแคท!!

หง่าววววว

เกิดวงเวทย์สีขาวจ้าทันทีที่มิลลิเนียร่ายเวทย์อัญเชิญจบ แมวตัวอ้วนกลมขนฟูสีขาวก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเธอ มันคือแคท เดอะแคทนั่นเอง

กัซเรนซ์ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจก่อนจะจับมือเซเรน่าแล้ววิ่งเข้ามาหาน้องสาวทันที

ชอบทำอะไรบุ่มบ่ามจังนะ

เธอต่อว่าซัมมอนเนอร์สาวซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้พูดอะไร

ตอนนี้ชายหนุ่มสลบไสลเพราะเวทย์สลีปไปเรียบร้อยแล้ว กัซเรนซ์และมิลลิเนียยืนประจันหน้ากับเนโครแมนเซอร์ในชุดดาร์กคริสตัล ในมือหล่อนถือมิราเคิล +3และโล่ไนท์แมร์ ใบหน้าแดงจัดจากอารมณ์โกรธสุดขีดที่โดนขัดจังหวะ ส่วนดาร์กเอลฟ์ที่ยืนอยู่ข้างหลังแต่งตัวแปลกๆ เขาใส่เสื้อท่อนบนเป็นชุดผู้ฝึกหัด แต่กางเกงกลับเป็นเกราะบรอนซ์แถมยังไม่ใส่รองเท้า ตอนนี้หน้าตาเขาดูตื่นตกใจกับสถานการณ์เบื้องหน้า

พวกเจ้าเป็นใครกัน มีเรื่องอะไรกับชายคนนี้ทำไมต้องทำรุนแรงด้วย

มิลลิเนียเอ่ยเสียงขุ่น เนโครสาวหัวเราะเสียงแหลมก่อนจะแนะนำตัว

ข้าเนโครไลท์ เนโครแมนเซอร์ที่ร้ายที่สุดแม้แต่คนแก่ยังต้องร้องไห้

ข...ข้าอ้วนดำ ดาร์กไฟเตอร์คู่หูเนโครไลท์ ดาร์กไฟเตอร์กล่าว ก่อนที่ทั้งคู่จะประสานเสียงกัน

พวกเราคือกลุ่มโจรดาร์กเนโคร พวกเจ้าโชคร้ายแล้วที่มาเจอพวกเรา ฮ่าๆๆ

มิลลิเนียคิ้วขมวด จะมีโจรที่ไหนดูติ๊งต๊องแบบนี้อีกมั๊ยเนี่ย กัซเรนซ์เรียกสนับมีดพายุเลือดขึ้นมาสวมมือ ก่อนจะชี้หน้าเนโครไลท์และอ้วนดำ

พวกเจ้าต่างหากที่โชคร้าย

เปรี้ยง!

หล่อนเริ่มปล่อยหมัดใส่เนโครสาวทันที มิลลิเนียไม่รอช้าเธอร่ายเวทย์บัพให้เจ้าแมวอ้วนแล้วจึงส่งซัมมอนของเธอออกไปโจมตีอ้วนดำบ้าง กัซเรนซ์เหวี่ยงหมัดอันรุนแรงใส่เนโครสาวไม่ยั้งมือ เนโครไลท์ได้แต่ใช้โล่ป้องกันหมัดอันทรงพลัง

โซล เบรกเกอร์!!

กัซเรนซ์ใช้หมัดหนักหน่วงหวังจะทำสตั้นเนโครไลท์ เนโครสาวกระเด็นไปไกล เธอกระอักเลือดอย่างรุนแรงแต่ก็ยังพอมีสติ กัซเรนซ์จึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่อ้วนดำที่กำลังยืนแลกหมัดกับแคท เดอะแคท แต่ก่อนที่หล่อนจะใช้เบิร์นนิ่งฟิสท์ หมัดไฟอันร้อนแรงโจมตีใส่ดาร์กไฟเตอร์ เวทย์เคิร์สเดทลิงค์ก็ถูกร่ายใส่ออร์คสาวทันที

อุ๊บ

กัซเรนซ์ทรุด เธอสร้างความเสียหายให้เนโครไลท์มาก เมื่อโดนเวทย์นี้จึงทำให้เสียพลังไปมากพอดู เซเรน่าไม่รอช้าเธอร่ายเวทย์อควาสแปลชทันที

ตูม

แรงดันสายน้ำมหาศาลสาดใส่เนโครไลท์ที่เกือบหมดสติ และอ้วนดำที่กำลังยืนแลกหมัดกับแมวอ้วล ทั้งสองเปียกปอนและอ่อนแรงจนแทบจะขยับไม่ได้ เนโครไลท์และอ้วนดำจึงได้แต่มองทั้งสามอย่างแค้นใจ ก่อนที่จะใช้ม้วนคาถาพรพากลับทันที

ฝากไว้ก่อนเถอะ!!

เสียงแหลมเอ่ยอาฆาต แล้วร่างทั้งคู่ก็ส่องประกายสีฟ้าเข้มก่อนจะหายไปในวงเวทย์

อีกนิดเดียวแท้ๆก็จะจับสองคนนั่นได้แล้ว

เซเรน่าเอ่ยอย่างขัดใจที่สองคนนั่นหนีไปได้ เธอและมิลลิเนียรีบเข้ามาดูกัซเรนซ์ด้วยความเป็นห่วง แต่ออร์คสาวโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ กัซเรนซ์รับขวดยาเสริมกำลังมาจากมิลลิเนียก่อนจะเปิดแล้วดื่ม

ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพักซักครู่พลังพี่ก็เต็มแล้ว ใครที่มีม้วนคาถาแก้อาการหลับ ไปช่วยเค้าก่อนเถอะ

แกรนคาวาทารีเอ่ยก่อนจะนั่งลงข้างทาง มิลลิเนียเลิกการใช้งานซัมมอน เจ้าแมวอ้วนค่อยๆเลือนหายไป

มีเรื่องเมื่อไหร่เรียกได้นะ มิลลี่

เซเรน่านำม้วนคาถาแก้อาการหลับออกมาแล้วเดินไปยังชายหนุ่มที่ยังคงหลับใหล แล้วร่ายคาถาทันที เกิดประกายเล็กๆมากมายที่รอบตัวเขาก่อนที่จะค่อยๆลืมตาแล้วลุกขึ้นช้าๆ หล่อนเอ่ยถาม

เป็นยังไงบ้างคะ

เขาตอบว่าไม่เป็นไรแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เขาโดนเวทย์สลีป มิลลิเนียจึงเล่าให้ฟังว่าพวกเธอจัดการกับโจรดาร์กเนโครแล้ว เขาหัวเราะก่อนจะเอ่ยขอบคุณทั้งสามอีกครั้ง แล้วหยิบม้วนคาถาพากลับที่ตกอยู่ข้างกายมาแจกจ่ายให้คนละม้วน

ข้าต้องเลี้ยงขอบคุณพวกท่านซักมื้อ ใช้ม้วนคาถาพากลับของข้าวาร์ปไปกีรันเถอะ

ข้าชื่อแม็กนัส อิมโพซิทิโอ้ เป็นอาร์คาน่าลอร์ด ตอนนี้กำลังเดินทางรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการตกปลาอยู่น่ะ

ชายหนุ่มหน้าหวานยิ้มให้ทั้งสามสาว เขาพาพวกหล่อนมายังร้านอาหารขึ้นชื่อของเมืองกีรัน เป็นอาคารสองชั้นที่ตกแต่งเรียบง่ายแต่เก๋ไก๋ตั้งอยู่ข้างโรงเหล็ก ยิ่งเวลาเที่ยงวันแบบนี้ ลูกค้าก็ยิ่งแน่นขนัดในร้าน มิลลิเนียยกน้ำเย็นขึ้นดื่มก่อนจะเอ่ยถามเขาอย่างทึ่งเล็กๆ

ท่านเป็นอาร์คาน่าลอร์ด แต่ทำไมถึงโดนโจรติ๊งต๊องสองคนนั่นทำร้ายเอาได้ล่ะคะ

เพราะข้าลืมใส่เครื่องประดับติดตัวไปน่ะสิ เลยโดนเคิร์สกลูมของแม่สาวเนโครนั่น แล้วก็เป็นอย่างที่พวกเจ้าเห็น อีกอย่างข้าไม่ค่อยชอบต่อสู้น่ะครับ

เขาบอกก่อนจะหัวเราะแหะๆ ซักครู่อาหารก็ยกมาเสิร์ฟ ทั้งสี่ดื่มกินและพูดคุยกันอย่างออกรส แม็กนัสถามทั้งสามว่าทำไมจึงได้เดินทางมายังกีรัน กัซเรนซ์จึงบอกเขาว่าพวกหล่อนเป็นนักล่าค่าหัว มาเตรียมตัวเดินทางที่กีรันเพราะจะเริ่มออกเดินทางหาข้อมูลของพวกกลุ่มโจรรัฟเฟี่ยน และจะจับโจรเหล่านี้มาให้ทางการ ชายหนุ่มจึงพูดขึ้น

ถ้าอย่างนั้น พวกท่านสนใจข้อมูลดีๆไหมล่ะ

ข้อมูล ...ท่านมีข้อมูลเกี่ยวกับโจรพวกนี้หรอ

เซเรน่าตาโต แม็กนัสตอบอย่างอารมณ์ดี

การเดินทางหาข้อมูลไปทั่วอาเดนและเอลมอร์นี่ข้าก็ไม่ได้เอาความรู้มาเฉพาะเรื่องตกปลาหรอกน่า

มิลลิเนียยิ้มอย่างดีใจ หล่อนจึงขอให้แม็กนัสบอกข้อมูลเกี่ยวกับโจรรัฟเฟี่ยนให้พวกเธอ ชายหนุ่มจิ้มเนื้อปลาทอดที่จานตรงหน้าเข้าปาก ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงสบายๆ

ก่อนอื่นที่พวกท่านต้องรู้คือ Lineage][ News ให้ข้อมูลเรื่องสมาชิกของโจรพวกนั้นผิดไป ที่จริงแล้วพวกมันมีอยู่แค่ 5 คนต่างหาก

กัซเรนซ์เอียงคอถามอย่างแปลกใจ

ข้อมูลทำไมถึงผิดพลาดได้ล่ะ แล้วอีกอย่าง...แค่ 5 คนเนี่ยนะ ชายหนุ่มพยักหน้า

ใช่แล้ว เหตุผลที่ข้อมูลผิดพลาดก็เพราะพวกมันออกปล้นและก่อความวุ่นวายในรูปลักษณ์ที่ต่างกันออกไปน่ะสิ เรื่องความเก่งนี่ไม่ต้องพูดถึง มี 5 คนแต่รวมพวกตัวร้ายๆไว้ครบ

สามสาวมองหน้ากันอย่างขอความเห็น มิลลิเนียจึงถามแม็กนัส

แล้วท่านมีข้อมูลอย่างพวกรูปร่างหน้าตา หรือว่าชื่อของพวกนี้รึเปล่าคะ

แม็กนัสส่ายหน้าช้าๆ

ข้าไม่รู้ละเอียดขนาดนั้นหรอก แต่มีคนที่ข้ารู้จัก พวกเขาคงจะช่วยเจ้าได้

ใครกันท่านแม็กนัส

ชายหนุ่มลดเสียงลงเป็นเสียงกระซิบ ยิ่งเสียงดังอึกทึกของคนในร้านทำให้สามสาวแทบไม่ได้ยินเสียงแผ่วๆนั้น

พวกท่านเคยได้ยินชื่อคนขายข่าว นางแมวกับแอล(L)รึเปล่าล่ะ

ตลาดกลางเมืองกีรันเวลาบ่ายแก่ๆทั้งร้อนและคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าต่างก็นั่งขายของต่างๆทั้งตำราเวทย์ วัตถุดิบแปลกๆหายาก อาวุธและชุดเกราะราคาแพง รวมไปถึงของมือสองหลายอย่างที่ขายดีเป็นพิเศษ บางคนก็ประกาศรับซื้อของที่ตนต้องการ จัตุรัสกลางเมืองจึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คน

มิลลิเนีย กัซเรนซ์ และเซเรน่าเดินชมของในตลาดมาได้พักใหญ่แล้ว จนกระทั่งเดินมาถึงโรงแรมเล็กๆที่กัซเรนซ์หมายตาเอาไว้

วันนี้เราพักกันที่นี่ล่ะกัน เดินทางมาเหนื่อยๆพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ วันพรุ่งนี้เราจะต้องไปโรงเหล็ก และจากนั้นก็ออกเดินทางไปหาคนขายข่าวที่ท่านแม็กนัสแนะนำมา

ออร์คสาวเอ่ยกับเซเรน่าและมิลลิเนีย ทั้งสองเดินเข้าไปจองห้องพักแล้ว ขณะที่มิลลิเนียยังคงมองความวุ่นวายภายในตัวเมืองกีรัน แล้วคิดถึงคำพูดก่อนจะบอกลาของแม็กนัส

ถ้าพวกท่านคิดจะจับโจรรัฟเฟี่ยนให้ได้จริงๆ นี่ก็คงเป็นการเดินทางที่ยาวนานกว่าที่คิด เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

เขาเอ่ยก่อนจะขอกระดาษม้วนหนึ่งและปากกาจากเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารแล้วขีดๆเขียนๆลงไป

นี่เป็นจดหมายแนะนำจากข้า พวกเขาจะไม่ต้อนรับคนที่ไว้ใจไม่ได้น่ะ ชายหนุ่มยื่นจดหมายมาที่มิลลิเนีย หล่อนรับมาถือไว้

พวกเราไม่ห่วงเรื่องเวลาอยู่แล้ว

เซเรน่าเอ่ย

อืม พวกท่านเป็นนักล่าค่าหัวที่มีฝีมือ ข้าเองก็เคยได้ยินชื่อท่านสองคน กัซเรนซ์และเซเรน่า แต่มิลลิเนีย...ท่านคงเป็นมือใหม่สินะ

มิลลิเนียพยักหน้า เธอมีประสบการณ์ในการต่อสู้น้อยกว่าคนอื่นในกลุ่ม แม็กนัสพูดต่อไป

นี่อาจเป็นเวลาที่ดีและเหมาะสมในการหาประสบการณ์ใหม่ๆของท่านนะมิลลิเนีย ท่านพ่อของท่านคงตกใจที่รู้ว่าท่านมาเป็นนักล่าค่าหัว แต่ก็คงไม่เสียใจหรอก

เขายิ้มให้ทั้งสามก่อนจะกล่าวอำลา

ขอให้โชคดี เราอาจจะได้พบกันอีกในวันข้างหน้า เพราะข้าเดินทางบ่อยอยู่แล้ว

แล้วพวกเธอกับเขาก็แยกกันตรงหน้าร้านอาหารนั่น มิลลิเนียรู้สึกแปลกๆที่ในไม่กี่วันมานี่เธอได้เจอคนที่รู้จักพ่อของเธอถึงสองคนแล้ว แต่แล้วเธอก็ยักไหล่ ก็พ่อเป็น มาสเตอร์ที่มีชื่อพอสมควรเลยนี่นะจะมีคนรู้จักมากหน่อยก็คงไม่แปลกหรอก เธอคิดก่อนจะเข้าไปในโรงแรมเพื่อจองห้องพักสำหรับคืนนี้ โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคมกริบคู่หนึ่งจ้องมองเธออยู่ท่ามกลางกลุ่มคนในตลาดกีรัน